“สตาร์บัคส์” จับมือ “เอสโซ่” รุกขยายสาขาในปั๊มน้ำมัน

“สตาร์บัคส์” จับมือ “เอสโซ่” รุกขยายสาขาในปั๊มน้ำมัน

“ปั๊มเอสโซ่” จับมือกับ “สตาร์บัคส์” ในการเปิดให้บริการร้านกาแฟในปั๊ม 3 สาขา นอกจากจะเพิ่มสัดส่วน Non-Oil ให้กับเอสโซ่แล้ว ยังเป็นกลยุทธ์การตลาดแบบใหม่ที่น่าสนใจของสตาร์บัคส์เช่นกัน

บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า บริษัทได้ร่วมมือกับสตาร์บัคส์ พันธมิตรรายใหม่เพื่อรุกธุรกิจ Non-Oil โดยในระยะแรกจะเปิดให้บริการในสถานีบริการน้ำมันเอสโซ่ 3 สาขา ได้แก่ บางบัวทอง, เพชรบุรี และกาญจนบุรี รวมทั้งกำลังพิจารณาขยายสาขาเพิ่มเติม โดยสาขาทั้งหมดของปั๊มเอสโซ่ปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 500 กว่าแห่ง

ขณะที่หากมองศักยภาพของเอสโซ่ ในด้านจำนวนสาขา ถือว่าเป็นรองปั๊มใหญ่แค่ ปตท. พีที และบางจาก อีกทั้งในด้านของบรรยากาศภาพรวมในปั๊ม ที่มีพันธมิตรที่เป็นแม็กเนตอีกหลายแบรนด์ เช่น แฟมิลี่มาร์ท, ลอว์สัน, โลตัสเอ็กซ์เพรส, เบอร์เกอร์คิง, เคเอฟซี ฯลฯ ถือว่ามีความน่าสนใจไม่แพ้ปั๊มอื่นๆ การจับมือกับเอสโซ่ในครั้งนี้ จึงช่วยเสริมความแข็งแกร่งของสตาร์บัคส์ได้ไม่น้อยในระยะยาว

ปัจจุบันสตาร์บัคส์ มีสาขามากกว่า 320 สาขาทั่วประเทศ และมีแผนเปิดให้ครบ 400 สาขาในปี 2562 ผ่านรูปแบบร้านที่หลากหลาย เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล เอาต์เลต คอมมิวนิตี้มอลล์ ฯลฯ โดยในปีที่ผ่านมายังเข้าไปเปิดในสถานีรถไฟใต้ดินเป็นครั้งแรก ที่สถานีเพชรบุรี รวมถึงปีก่อนหน้าที่เข้าไปเปิดในโชว์รูมรถยนต์โตโยต้าอีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีการออกแบบร้านในคอนเซ็ปต์ที่กลมกลืนไปกับชุมชนในย่านนั้น เช่น สาขากาดฝรั่ง จ.เชียงใหม่ ที่ตกแต่งร้านแบบไทยล้านนา สาขาวังน้อย จ.อยุธยา ที่ตกแต่งด้วยอิฐแดงซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของอยุธยา ฯลฯ รวมถึงสาขาใหญ่สุดหรูที่สุด ที่สยามสแควร์วัน บนพื้นที่กว่า 400 ตารางเมตร ซึ่งเปิดบริการเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ตอบโจทย์ในด้านของการมอบประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับลูกค้ากลุ่มพรีเมียมที่ไม่ได้มองหาแค่การดื่มกาแฟ

การขยายสาขาของ “สตาร์บัคส์” ในช่วงที่ผ่านมา เปิดกว้างสำหรับพื้นที่ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นคอมมิวนิตี้มอลล์ คอนโดมิเนียม อาคารสำนักงาน โชว์รูมรถยนต์ ฯลฯ แต่พื้นที่หนึ่งที่สตาร์บัคส์ยังไม่ได้เข้าไปแตะมากนัก นั่นก็คือ “ปั๊มน้ำมัน” ซึ่งปั๊มน้ำมันถือเป็นทำเลยุทธศาสตร์ของคู่แข่งรายสำคัญ นั่นคือ “อเมซอน” ที่เข้าไปปักหมุดตามปั๊มของบริษัทแม่อย่าง “ปตท.” เกือบทุกแห่ง ซึ่งในปัจจุบันมีสาขามากกว่า 1,700 สาขา และมีแผนจะขยายให้ครบ 1,900 สาขาภายในอีก 5 ปี

ดังนั้นที่ผ่านมา “สตาร์บัคส์” จึงยังไม่เคยจับมือกับปั๊มไหนอย่างเป็นทางการ แต่มีการเข้าไปเปิดในพื้นที่คอมมิวนิตี้มอลล์ของ “เดอะ คริสตัล พีทีที ชัยพฤกษ์” ที่ ปตท.และคริสตัล พาร์ค ของกลุ่ม เค.อี.แลนด์พัฒนาร่วมกัน หรือไม่ก็จะเป็นรูปแบบของร้าน Stand Alone มีบริการ Drive Thru เปิดแยกออกมาต่างหากในพื้นที่ใกล้เคียงกับปั๊มน้ำมันต่างๆ อาจเป็นเพราะแต่ละปั๊มก็มีร้านกาแฟที่ตัวเองพัฒนาขึ้นมาเพื่อเสริมรายได้อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเชลล์ ที่มีร้าน “เดลี่ คาเฟ่” พีที ที่มีร้าน “กาแฟพันธุ์ไทย” และ “คอฟฟี่เวิลด์” รวมถึงบางจาก ที่มีร้าน “อินทนิล”

ส่วน “เอสโซ่” นั้น ใช้รูปแบบการหาพันธมิตร โดยที่ผ่านมาได้จับมือกับ “คาเฟ่ ดิโอโร่” และ “ราบิก้า คอฟฟี่” ซึ่งไม่ได้เอ็กซ์คลูซีฟกับแบรนด์ใดเป็นหลัก นับว่าเป็นช่องว่างที่สตาร์บัคส์สามารถเข้าไปเจาะตลาดปั๊มน้ำมันได้พอดิบดอดี

ในขณะที่กลยุทธ์การตลาดของสตาร์บัคส์เองก็เข้มข้นไม่แพ้กาแฟที่อยู่ในแก้ว ทั้งเมนูเครื่องดื่ม เบเกอรี่ คอลเล็กชั่นดริงก์แวร์ที่ออกใหม่ทุกเดือนเพื่อยั่วใจสาวกให้มาลิ้มลองและสะสม โดยล่าสุด เปิดตัวแก้วกาแฟคอลเล็กชั่นพิเศษ ร่วมกับแบรนด์พอลแอนด์โจเมื่อไม่นานมานี้ ส่วนก่อนหน้านั้นมีการออกคอลเล็กชั่นพิเศษเนื่องในวันสงกรานต์, คอลเล็กชั่นซากุระ เป็นต้น พร้อมกับโปรโมชั่นซื้อ 1 แถม 1 ที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง สามารถเรียกลูกค้ามาต่อคิวแบบล้นทะลักได้อยู่เสมอ

นอกจากนี้ ยังมีการร่วมมือกับ “After You” แบรนด์เบเกอรี่ชื่อดัง ส่งขนมหวานเมนูฮิตทั้ง ชิบูย่า ฮันนี่โทสต์, ช็อกโกแลตบราวนี่ ฯลฯ ให้บริการในร้าน สตาร์บัคส์รีเสิร์ฟ เอ็กซ์พีเรียนซ์บาร์ ที่เมกาบางนา และสยามสแควร์วัน เพื่อขยายเมนูของหวาน เพิ่มยอดซื้อต่อบิล โดยดึงแบรนด์ดังของไทยหรือ Local Brand เข้ามาเป็นพาร์ตเนอร์เพื่อเอาใจลูกค้าคนไทยให้อยู่หมัด

เรียกได้ว่าแบรนด์ระดับโลกต้องปรับตัวเองให้เข้ากับพื้นที่ที่ตัวเองเข้าไปทำตลาดหรือที่เรียกว่า Localize พร้อมกับการแทรกตัวเข้าไปอยู่ในทุกที่ที่มีโอกาสนั่นเอง

Comments are closed.